แม่เหล็กบนหน้าจอสมาร์ทโฟนกำลังดูดไอคอนรายชื่อและข้อความ SMS สื่อถึงเทคนิคเก็บเบอร์ลูกค้าต้นทุนต่ำ (CPL) เพื่อทำ SMS Marketing
ในยุคที่การทำ Digital Marketing มีการแข่งขันสูงขึ้นทุกวัน ค่าโฆษณา (Ad Spend) บนแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, หรือ TikTok ต่างก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายธุรกิจเริ่มประสบปัญหากับการยิงแอดแล้วได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ด้วยเหตุนี้ นักการตลาดจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับคำว่า “Lead Generation” หรือการสร้างฐานข้อมูลลูกค้าผู้มุ่งหวังมากขึ้น

สรุปเนื้อหา: CPL คืออะไร? และวิธีหาเบอร์ลูกค้า (TL;DR)

  • CPL (Cost Per Lead) คือ ต้นทุนเฉลี่ยต่อการได้มาซึ่งข้อมูลลูกค้ามุ่งหวัง 1 ราย (คำนวณง่ายๆ: ค่าโฆษณา ÷ จำนวน Lead ทั้งหมดที่ได้มา)
  • “เบอร์โทรศัพท์” คือ Data ที่มีมูลค่าสูงสุดและปิดการขายได้แม่นยำกว่ายอดไลก์ เพราะสามารถนำไปทำ SMS Marketing ที่มี อัตราการเปิดอ่าน (Open Rate) สูงถึง 98%
  • คุณสามารถกดค่า CPL ให้ต่ำลงได้ผ่านการใช้ Lead Magnet แจกของรางวัล, สร้าง Gamification วงล้อเสี่ยงโชค, หรือทำ SEO Content เพื่อดึงคนเข้าเว็บไซต์ฟรี
  • เจาะลึกรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เนื้อหาด้านล่างนี้ 👇

Table of Contents

ยิงแอดแพง ยอดไม่ปัง: ทำไมธุรกิจถึงพึ่งพายอดไลก์ไม่ได้อีกต่อไป?

ในการเก็บข้อมูลลูกค้า (Data Collection) ข้อมูลแต่ละประเภทมีมูลค่าไม่เท่ากัน การได้ “ยอดไลก์” หรือ “ยอดฟอลโลว์” อาจไม่ได้การันตียอดขายและการมองเห็นเสมอไป เนื่องจากแพลตฟอร์มต่างๆ มีการปรับลด Algorithm การมองเห็น (Organic Reach) ลงเรื่อยๆ แม้แต่การใช้อีเมล (Email Marketing) ก็ยังเผชิญปัญหา Open Rate ที่ต่ำ หรือจดหมายถูกดันไปอยู่ในโฟลเดอร์ Junk/Spam
ในทางกลับกัน “เบอร์โทรศัพท์มือถือ” ถือเป็น Data ที่ทรงพลังที่สุด เพราะเป็นช่องทางที่แบรนด์สามารถเข้าถึงตัวลูกค้าได้แบบ Direct Access ไม่ว่าจะเป็นการโทรเสนอขาย (Telesales) หรือ การทำ SMS Marketing ซึ่งมีสถิติที่น่าสนใจระบุว่า SMS มีอัตราการเปิดอ่านสูงถึง 98% และส่วนใหญ่มักถูกเปิดอ่านภายใน 3 นาที ดังนั้นการหาวิธีเก็บเบอร์ลูกค้าจึงเป็นทางรอดของธุรกิจยุคนี้

CPL คืออะไร? เจาะลึกตัวชี้วัดความสำเร็จของการสร้างฐานลูกค้า

CPL คือ คำย่อที่มาจาก Cost Per Lead หมายถึง “ต้นทุนต่อการได้มาซึ่งรายชื่อลูกค้าเป้าหมาย 1 ราย” (Lead) โดยรายชื่อในที่นี้อาจจะเป็น เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, หรือช่องทางการติดต่อที่ลูกค้ายินยอม (Consent) มอบให้กับแบรนด์
สูตรการคำนวณ Cost Per Lead คือ:
   CPL = จำนวนเงินที่ใช้ในการโฆษณาทั้งหมด (Total Ad Spend) ÷ จำนวน Lead ที่ได้มาทั้งหมด (Total Leads Generated)
ตัวอย่างเช่น: หากคุณลงโฆษณาแคมเปญแจกคูปองส่วนลดไป 10,000 บาท และมีผู้สนใจกรอกชื่อพร้อมเบอร์โทรศัพท์เข้ามาทั้งหมด 500 คน Cost Per Lead ของแคมเปญนี้จะเท่ากับ 10,000 ÷ 500 = 20 บาทต่อ 1 Lead
การติดตามค่า CPL อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าแคมเปญไหนคุ้มค่า แคมเปญไหนขาดทุน และเมื่อเราสามารถกดค่า CPL ให้ต่ำลงได้ (Low Cost Per Lead) กำไร (ROI) ของธุรกิจก็จะยิ่งสูงขึ้น

5 เทคนิคเก็บเบอร์ลูกค้าต้นทุนต่ำ เพื่อยอดขายที่พุ่งทะยาน

การจะให้ลูกค้ามอบเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวให้ แบรนด์จำเป็นต้องมีสิ่งที่ “มีมูลค่า” ไปแลกเปลี่ยน (Value Exchange) นี่คือ 5 กลยุทธ์ลด Cost Per Lead ที่ได้ผลจริง:
  • นำเสนอ Lead Magnet ที่โดนใจ: เสนอของฟรีเพื่อแลกกับเบอร์โทรศัพท์ เช่น โค้ดส่วนลด 20% ส่งตรงเข้า SMS, E-book แจกฟรี, หรือสิทธิ์ทดลองใช้สินค้า (Free Trial)
  • ใช้ Gamification สร้างความสนุก: เปลี่ยนฟอร์มกรอกข้อมูลน่าเบื่อให้เป็น “วงล้อเสี่ยงโชค (Spin the Wheel)” หน้าเว็บไซต์ ลูกค้าจะเต็มใจกรอกเบอร์เพื่อหมุนวงล้อลุ้นรางวัล ช่วยลด CPL ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • สร้างระบบ Membership / CRM: ให้ลูกค้าสมัครสมาชิกฟรีเพื่อสะสมแต้มหรือรับสิทธิ์วันเกิด โดยใช้ “เบอร์โทรศัพท์” เป็น ID ผู้ใช้งาน วิธีนี้จะได้ฐานข้อมูลที่แม่นยำและเป็น High-Quality Lead
  • จัด Webinar หรือ Live Session ฟรี: สำหรับธุรกิจ B2B หรือสายบริการ ลองจัดสัมมนาออนไลน์ฟรี โดยมีเงื่อนไขเดียวคือ “ต้องลงทะเบียนด้วยเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับลิงก์เข้าชม”
  • ทำ SEO และ Content Marketing: เขียนบทความให้ความรู้ที่ตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้าค้นหาบน Google เมื่อมีคนเข้ามาอ่าน ให้เตรียม Pop-up เสนอ Lead Magnet วิธีนี้ช่วยให้ได้ Lead เข้ามาเรื่อยๆ แบบ Organic ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียค่าแอด

เปลี่ยน Lead เป็นยอดขายด้วยระบบ SMS Marketing จาก SMSKUB

เมื่อคุณเข้าใจแล้วว่า CPL คืออะไร และรวบรวมเบอร์โทรศัพท์มาได้ในต้นทุนที่ต่ำแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเปลี่ยนรายชื่อเหล่านั้นให้กลายเป็น “ยอดขาย”
ต้นทุนการส่ง SMS ในปัจจุบันนั้นถูกมาก (บางครั้งไม่ถึง 1 บาทต่อข้อความ) การบรอดแคสต์ (Broadcast) ข้อความโปรโมชั่น, แจ้งเตือนสิทธิพิเศษ, หรือกระตุ้นการตัดสินใจในวัน Double Day ส่งตรงไปยังมือถือลูกค้า จะสร้าง ROI (Return on Investment) ได้อย่างมหาศาล
ยกระดับการตลาดของคุณด้วย SMSKUB หากธุรกิจของคุณกำลังมองหาบริการส่ง SMS ที่ใช้งานง่าย ราคาประหยัด ส่งไว และมีระบบวิเคราะห์ผลที่แม่นยำ sms-kub คือผู้ให้บริการระบบ SMS Marketing ครบวงจรที่พร้อมเป็นโซลูชันให้คุณ ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS โปรโมชั่น, SMS OTP หรือ SMS แจ้งเตือน ด้วยแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อ API ได้ง่ายดาย
เปลี่ยน Lead ที่คุณมีให้กลายเป็นยอดขายที่จับต้องได้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มต้นแคมเปญ SMS Marketing ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดกับเราได้เลยที่: [ทดลองใช้งานระบบ SMSKUB คลิก!]

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: CPL ย่อมาจากอะไร และบอกอะไรกับธุรกิจ?
A: CPL ย่อมาจาก Cost Per Lead คือต้นทุนเฉลี่ยที่ธุรกิจต้องจ่ายเพื่อให้ได้ข้อมูลการติดต่อของลูกค้ามุ่งหวัง 1 คน (เช่น เบอร์โทร หรือ อีเมล) ยิ่งค่า CPL ต่ำ แปลว่าแคมเปญการตลาดของคุณยิ่งมีประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณ

Q: ทำไมถึงควรเก็บเบอร์โทรศัพท์มากกว่าอีเมล?
A: เบอร์โทรศัพท์เป็นข้อมูลที่มีช่องทางการเข้าถึงที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัวมากกว่า เมื่อนำมาทำการตลาดผ่าน SMS จะมีอัตราการเปิดอ่าน (Open Rate) สูงถึง 98% และเข้าถึงลูกค้าได้ทันทีแบบไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตเมื่อเทียบกับอีเมล

Q: ส่ง SMS Marketing อย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย PDPA?
A: ควรเก็บข้อมูลเบอร์โทรศัพท์โดยให้ลูกค้ายินยอม (Consent) อย่างชัดเจน ส่งเฉพาะเนื้อหาที่เป็นประโยชน์หรือโปรโมชั่นที่ลูกค้าสนใจ ไม่ส่งบ่อยจนกลายเป็นการสแปม และที่สำคัญต้องมีระบบหรือช่องทางให้ลูกค้าสามารถ “กดยกเลิกการรับข้อความ (Opt-out)” ได้เสมอ

ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.
สำหรับบริการส่งข้อความและรูปภาพ

ลูกค้าที่ไว้วางใจใช้บริการกับเรา